วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เผยปัญหาเพศในเด็กหูหนวก

ดร. จิตประภา ศรีอ่อน อาจารย์ประจำวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่องการรับรู้ด้านสุขภาพของกลุ่มผู้พิการทางการ ได้ยิน กรณีศึกษาสถานศึกษาสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน (โรงเรียนโสตศึกษา) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยพบว่า นักเรียนกลุ่มผู้พิการทางการได้ยินในโรงเรียนโสตศึกษา ยังมีปัญหาด้านสุขภาพค่อนข้างมาก ทั้งนี้ในโรงเรียนไม่มีครูพยาบาลโดยตรง มีแต่ครูอนามัยที่มีวุฒิสาขาวิชาสุขศึกษา ทำให้ไม่สามารถดูแลเด็กเจ็บป่วยได้ ส่วนผู้เรียนมีปัญหาด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทย ขณะเดียวกันครูผู้สอนไม่สามารถสื่อกับนักเรียนได้อย่างที่ต้องการ เพราะมีปัญหาด้านการสื่อสารด้วยภาษามือ

ดร.จิตประภา ศรีอ่อน กล่าวต่อไปว่า ปัญหาด้านสุขภาพที่พบใน โรงเรียนทุกโรงเรียน คือเด็กเล็กที่อยู่ประจำไม่สามารถดูแลตัวเองด้านสุขภาพได้ ทำให้เกิดปัญหาด้านร่างกาย และการแต่งกายสกปรก ทำให้เกิดโรคระบาด เช่น โรคตาแดง หัด หวัด เหา และหิด นอกจากนี้สุขภาพปากและฟันของเด็กยังเป็นปัญหาใหญ่ เด็กจำนวนมากฟันผุ

“ปัญหาเรื่องเพศของวัยรุ่นเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการสื่อสารของผู้พิการทางหูจะต้องใกล้ชิดกันมากเนื่องจากใช้ภาษา มือ และทุกๆ ครั้งที่มีการสื่อสารจะต้องจ้องเข้าไปในดวงตาของกันและกัน ทำให้เด็กที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นเกิดอาการอ่อนไหวกับเพศตรงข้ามได้”
ดร.จิตประภากล่าว

ส่วนการสื่อสารเพื่อให้เกิดสุขภาวะที่ดีในกลุ่มผู้พิการทางการได้ยินนั้น ดร.จิตประภากล่าวว่า ภาษา มือที่ใช้สื่อสารนั้นเด็กผู้พิการทางการได้ยินไม่สามารถรับสารได้เต็มร้อย เปอร์เซ็นต์ ทำให้การรับรู้ด้อยลงไป อย่างเช่น เด็กคนหนึ่งไปโรงพยาบาลเพราะรู้ว่าไม่สบาย แต่ไม่สามารถบอกหมอได้ว่าเป็นอะไร เรื่องแบบนี้เกิดกับเด็กที่พิการทางหูแทบจะทุกคน ส่วนล่ามภาษามือในโทรทัศน์นั้น ในงานวิจัยระบุว่าล่ามทำเร็วเกินไป ใช้ภาษาค่อนข้างยาก ผู้รับสารไม่สามารถรับสารได้ทั้งหมด

“สังคมควรตระหนักรู้ว่าการเป็นคนหูหนวกก็เป็นเช่นนั้นเอง ต้องเข้าใจพวกเขา อย่าให้พวกเขาเป็นเหมือนเรา แม้กระทั่งคนปกติดีๆ ก็ไม่สามารถให้ใครเป็นอย่างตัวเราได้ เราต้องมองเขาอย่างที่เขาเป็น และเราควรทำอะไรให้เขาอย่างที่เขาต้องการ”
ดร.จิตประภากล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น